FAQ‎ > ‎

การเรียนระดับอุดมศึกษา ให้ประสบความสำเร็จ

posted Aug 11, 2015, 12:43 AM by Nuth Otanasap   [ updated Aug 11, 2015, 3:41 AM ]

YouTube Video


SAU Freshmen Welcome Ceremony 2014 V2


SAU Graduation Ceremony 2015


Good Life @ Campus

การเรียนระดับอุดมศึกษาให้ประสบความสำเร็จ
ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากปรัชญาในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา
ต้องการฝึกให้นักศึกษาทุกคนเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ สามารถดูแลตนเอง และสังคม ประเทศชาติได้ ในอนาคต
จึงต้องแบ่งชีวิตการเรียนออกเป็น 2 ส่วน คือ



1. งานวิชาการ เป็นเรื่องหลักที่ละเลยไม่ได้ นักศึกษาทุกคนต้องวางแผนการเรียน ตั้งแต่เริ่มต้น จนจบการศึกษาด้วยตนเอง
อาจารย์ที่ปรึกษา เป็นเพียงผู้ชี้แนะแนวทางเท่านั้น นักศึกษาจะฝากชีวิตไว้กับอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างเดียวไม่ได้
การเรียนระดับอุดมศึกษา ไม่เหมือนระดับมัธยม ที่หากเรียนไม่ผ่าน สามารถเรียนซ่อม สอบซ่อมได้ แต่ในระดับอุดมศึกษา หากไม่ผ่านได้ F หมายถึงต้องเรียนใหม่เท่านั้น
และที่หลายคนมักเข้าใจผิดคือการได้เกรด D แล้วคิดว่าผ่าน ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่ ความจริง D และ D+ ถือว่าเรียนไม่ผ่านเช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่ต้องเรียนซ้ำในวิชานั้น
นอกจากนี้ D และ D+ ยังเป็นตัวฉุดระดับคะแนนเฉลี่ย การจะจบการศึกษาได้นั้น นักศึกษาต้องได้ระดับคะแนนเฉลี่ย ไม่ต่ำกว่า 2.00 ทั้งวิชาเอก และวิชารวม นั่นหมายความว่า การเรียนให้ได้ระดับคะแนนเฉลี่ยที่ปลอดภัย คือต้องได้ C ขึ้นไปเท่านั้น กล่าวคือ C เป็นระดับคะแนนที่เสมอตัวหรือเท่าทุน ส่วน D เท่ากับขาดทุนไป 2 ประจุ และ D+ ขาดทุนไป 1 ประจุ แต่หากได้ C+ ขึ้นไป นั่นคือกำไร ทั้งนี้ทั้งนั้น การเรียนให้จบที่ระดับคะแนน 2.00 ไม่ใช่เรื่องสวยงาม เพราะจะส่งผลต่อการทำงานในอนาคตหลังจากจบการศึกษาแล้ว
นักศึกษาควรเรียนจบ เป็นบัณฑิต ที่เกรดเฉลี่ย ไม่ต่ำกว่า 3.00 และให้ดีที่ 3.25 เกียรตินิยมอันดับ 2 และดีมากที่ 3.5 เกียรตินิยมอันดับ 1
การเรียนในวิชาคณิตศาสตร์ และการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ ที่เป็นเรื่องยากสำหรับบางคน จึงต้องมีความมุ่งมั่น ขย้น อดทน
และวิชาที่คิดว่าง่าย ก็ไม่ควรปล่อยปละละเลย เพราะวิชาเหล่านี้ ควรทำคะแนนเก็บไว้เยอะๆ เพื่อเป็นทุน หากพลาดพลั้งในวิชายากๆ จะได้มีคะแนนจากวิชาเหล่านี้ มาเฉลี่ยเพิ่ม
ในสาขาวิศวกรรมศาตร์ มีความจำเป็นต้องเรียนวิชาพื้นฐาน เฉพาะทาง หลายวิชา เป็นวิชาที่นักศึกษาต้องนำไปใช้ทั้งในการทำงาน และศึกษาต่อในอนาคตทั้งสิ้น จึงอย่าสงสัยเลยว่า เรียนวิชาแบบนี้ ไปทำไมกัน


2. งานกิจกรรม เป็นอีกเรื่องที่นักศึกษาต้องให้ความสำคัญ หลายคนคิดว่าเรามาเรียนหนังสือ ทำไมต้องมีกิจกรรม นั่นเป็นความคิดที่ผิด เนื่องจากชีวิตมนุษย์เรา ต้องมีสังคม ต้องพึ่งพิงกัน ต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การทำกิจกรรมจึงเป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้นักศึกษาทุกคนจบเป็นบัณฑิตอย่างสมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ทำกิจกรรมมากจนหลงลืมการเรียน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญทั้งสองส่วน การสมัครงานปัจจุบัน องค์กรต่างๆ เลือกพิจารณาด้วยว่าทำกิจกรรม มีจิตอาสามากน้อยเพียงไรด้วย เนื่องจากองค์กร มีแนวคิดว่าพนักงานที่เก่ง แต่ทำงานร่วมกับผู้อื่นไม่ได้ ข้าเก่งคนเดียวนั้น ไม่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และไม่ทำให้องค์กรเจริญเติบโตได้ พนักงานที่ดี และมีโอกาสเจริญก้าวหน้า นอกจากจะต้องทำงานเก่งแล้ว ยังต้องมีทัศนคติดี มีจิตอาสา รู้รักสามัคคี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง


สรุปคือ ชีวิตในมหาวิทยาลัย เป็นชีวิตสองด้าน ที่ต้องบาลานซ์ให้ดี ผู้เรียนจึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต จบเป็นบัณฑิตได้ตามประสงค์
นักศึกษาทุกคน ควรวางแผน และใช้ชีวิต ในมหาวิทยาลัย อย่างคุ้มค่า สามารถดูแลตนเอง ทั้งทางด้านกิจกรรม และ ทางด้านวิชาการ
จะได้ไม่เสียดาย ทั้งโอกาส และเวลา ในช่วงชีวิต มหาวิทยาลัยที่มีค่า


"เรียนดี กิจกรรมดี ชีวิตดี"


Comments